เด็กมองจริยธรรมของประเทศดีขึ้น ใกล้ชิดศาสนามากขึ้น

วิกฤตทางจริยธรรม ศีลธรรมและความรุนแรงของสังคมในรูปแบบต่างๆ ได้ทำให้รัฐบาลชูเรื่องคุณธรรม ความถูกต้องโปร่งใส เป็นวาระสำคัญของชาติ หลักคุณธรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ดี หลักธรรมมาภิบาลในการปฏิรูประบบราชการก็ดี ได้กลายเป็นกระแสการรณรงค์ทางสังคมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมาและจากผลการสำรวจของโครงการ Child Watch ในปีนี้ พบว่าสัญญาณในทางที่ดีโดยเฉพาะเรื่องภาพลักษณ์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของประเทศในสายตาของ เด็กพบว่า ความเชื่อมั่นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อรัฐบาลในเรื่องคุณธรรมความซื่อสัตย์ สุจริต ความโปร่งใสนั้นก็มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจำนวนเด็กที่เห็นว่าประเทศไทยมีการทุจริตคดโกงมากนั้น มีอัตราส่วนลดลงกว่าปีที่แล้วอย่างชัดเจนโดยเฉพาะระดับ มัธยม-อุดมศึกษาลดลงจากร้อยละ 62 เหลือร้อยละ 59 รวมทั้งแนวโน้มเด็กที่เชื่อในบาปบุญคุณโทษ กฎแห่งกรรมก็เพิ่มสูง จากปีที่แล้วเช่นกัน จากเฉลี่ยร้อยละ 60 มาเป็นร้อยละ 62 ในปีนี้

 {#6_201119.gif}

นอกจากนี้ พฤติกรรมที่สะท้อนคุณธรรมของเด็กก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลายด้าน อาทิ การเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อสังคมของเด็กก็เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 57 เป็นร้อยละ 62 ในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นผลจากการรณรงค์ด้านคุณธรรมในสังคมที่มีมา อย่างต่อเนื่องเช่นกัน พฤติกรรมด้านคุณธรรมของเด็กยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในส่วนของการผูกพันกับศาสนา โดยจำนวนเด็ก ที่เข้าวัดเป็นประจำก็เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2551 กับปี 2552 จากร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 13 จำนวนเด็กใส่บาตรเป็นประจำเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 11 เป็น จำนวน 16 จำนวนเด็กสวดมนต์ก่อนนอนเป็นประจำเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24 เป็นจำนวน 27 และร้อยละ ของเด็กที่นั่งสมาธิสงบใจเป็นประจำเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 13