เด็กหลุดกรอบ ตกขอบโรงเรียน : ปรากฏการณ์ใหม่ที่ต้องจับตา

ข้อมูลจากกศน.ในปี 2552 ชี้ว่ามีเด็กกว่า 141,413 คน ที่อายุไม่ถึง 15 ปี และยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับออกจากการ ศึกษาในระบบมาเรียนกับกศน. ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเป็นเด็กที่ออกจากโรงเรียนในระดับ ประถมศึกษา 38,936 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 35,364 คน และไม่ระบุระดับชั้นอีก 67,513 คน ทั้งนี้ ปัจจัยรุมเร้า ทางสังคมและอบายมุขนานารูปแบบ ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยหลงไปกับกิจกรรมเสี่ยงที่ตน อยากรู้อยากลอง เช่น การติดเกม การดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือ การแข่งรถซิ่ง ส่งผลให้มีเด็กจำนวนไม่น้อย มีปัญหาความประพฤติไม่สามารถเรียนอยู่ในระบบโรงเรียนต้องถูกให้ออก หรือออกกลางคัน กลายเป็นเด็กที่เข้ามาสู่ ช่องทางของกศน. ซึ่งก็มีความเสี่ยงต่อการเรียนไม่จบ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อเนื่องต่อไปอีก

{#4_201112.gif}

จากแนวโน้มที่จำนวนเด็กตกขอบออกมาอยู่นอกระบบโรงเรียนที่เพิ่มสูงขึ้น ยังอาจมีสาเหตุมาจากท่าทีและทัศนคติของเด็ก ที่มีต่อโรงเรียนเอง ทั้งนี้ ข้อมูลของโครงการ Child Watch ชี้ว่าในปี 2552 ที่ผ่านมาเด็กเพียงร้อยละ 35 เท่านั้นที่ระบุว่า ตนชอบไปโรงเรียน/สถานศึกษาในระดับมาก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 2550 และยังพบอีกว่ามีเด็กเพียง ร้อยละ 25 เท่านั้นที่รู้สึกปลอดภัยมากเวลาไปโรงเรียน/สถานศึกษา ซึ่งอาจเกิดจาการพบเห็นการพกพาอาวุธเข้ามาใน สถานศึกษาของเพื่อนนักเรียน การถูกขู่กรรโชกทรัพย์ หรือการถูกทำร้ายร่างกาย ผลการสำรวจของ Child Watch พบว่าเด็กกว่าร้อยละ 34 พบเห็นการพกพาอาวุธร้ายแรงในโรงเรียน/สถานศึกษา และมีเด็กถึงร้อยละ 13 เคยถูกขู่กรรโชก ทรัพย์ และอีกร้อยละ 22 เคยถูกทำร้ายร่างกายในสถานศึกษาในรอบ 1 ปีการศึกษาที่ผ่านมา

{#3_201107.gif}