พื้นที่สื่อในชีวิตเด็กไทย

ปรากฏการณ์เด็กยุคใหม่กับสื่อและเทคโนโลยี เป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งข้อมูลของโครงการ Child Watch พบแนวโน้มที่ชัดเจนของการที่สื่อต่าง ๆ เข้ามาครอบครองพื้นที่ในชีวิตเด็กไทยมากขึ้น
เด็กและเยาวชนในปัจจุบันได้รับเอาสื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ทุกปีไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์โดยจากการสำรวจในปี 2552 พบว่าเด็กวัยมัธยมศึกษา-อุดมศึกษา
มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวใช้ถึงประมาณร้อยละ 44  และมีโทรศัพท์มือถือใช้ถึงร้อยละ 82 ส่งผลให้เด็กและเยาวชนในปัจจุบัน
เวลากับสื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้เป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาคุยโทรศัพท์ถึงวันละประมาณ 90 นาที
เล่นอินเทอร์เน็ตประมาณ 130 นาที หากรวมสื่อโทรทัศน์ที่เด็กไทยให้เวลาอีกเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน ก็เท่ากับว่าเด็กไทย
ใช้เวลากับสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ ไปถึง 6-7 ชั่วโมงต่อวัน และนอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการส่ง SMS และการโหลด เพลง
ภาพ เกม ข้อความและข้อมูลต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันจากเฉลี่ย 3 ครั้งต่อวันในปี 2551 เป็น 4 ครั้งต่อวันในปี 2552
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีมือถือที่ทันสมัยและถูกลงนี้เองทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือ
เอนกประสงค์มากขึ้น เช่น การเข้าอินเทอร์เน็ต โหลดเพลงภาพ และส่งข้อความต่าง ๆ ซึ่งก็อาจนำมาซึ่งการรับ “สื่อร้าย”
เข้ามารุมเร้าเด็ก เช่น การดูเว็บโป๊ และการรับคลิปโป๊ ซึ่งผลการสำรวจล่าสุดในปี 2552 พบว่าคลิปโป๊กลายเป็นสื่อลามก
อันดับหนึ่งที่เข้าถึงเด็ก โดยมีเด็กถึงร้อยละ 30 ที่ระบุว่าตนดูคลิปโป๊เป็นครั้งคราวถึงเป็นประจำในขณะที่การรับสื่อลามก
แบบอื่นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 20 เท่านั้น


{#1_201058.gif}


สิ่งที่น่าจับตามากเป็นพิเศษถึงผลกระทบของสื่อและเทคโนโลยีต่อเด็กอีกอย่างหนึ่งคือ ปรากฏการณ์ “เด็กติดเกม”
ที่พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเด็กที่ระบุว่าตนเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือเกมออนไลน์เป็นประจำเพิ่มขึ้นจาก
ร้อยละ 20.12 ในปี 2550 เป็นร้อยละ 26.79 ปี 2552 โดยใช้เวลาเฉลี่ยต่อวันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยปรากฏการณ์ดังกล่าว
ยังสอดคล้องไปกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านเกมจาก 16,077 แห่ง ในปี 2550 เป็น 25,398 แห่ง ในปี 2552


{#2_201103.gif}